วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เช็คความพร้อม “เงิน” ซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน

            


          
            พักหลังจะได้ยินกันค่อนข้างบ่อยว่าธนาคารเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการลดวงเงินให้กู้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่ดิน ซื้อบ้านใหม่ หรือบ้านมือสอง หรือแม้กระทั่งคอนโดมิเนียม สอดรับกับฝ่ายเจ้าของโครงการก็มีแนวคิดที่จะเรียกเก็บเงินดาวน์เพิ่มสำหรับโครงการเปิดขายใหม่ๆ แค่สองเรื่องนี้แม้ไม่ถึงกับเป็นการดับฝันคนอยากมีบ้าน แต่ก็อาจทำให้บางคนซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน ได้ยากขึ้น เพราะต้องควักเงินเองมากขึ้น ฉะนั้นเพื่อความแน่ใจควรเช็คความพร้อมด้านการเงินก่อนก็ดี

- เงินดาวน์
- เงินกู้
- เงินผ่อนชำระ
- เงินค่าใช้จ่ายวันโอน  
เงินดาวน์: มีแล้วหรือยัง เนื่องจากซื้อที่ดิน บ้านหรือคอนโดฯ เป็นของชิ้นใหญ่ ราคาสูง ผู้ซื้อซื้อที่ดินสามารถกู้หรือขอสินเชื่อจากธนาคารมาซื้อได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามผู้ซื้อซื้อที่ดินก็ต้องมีเงินออมส่วนตัวไว้สำหรับจ่ายค่าเงินดาวน์อย่างน้อยๆ ก็ 10% ขึ้นไป โดยจ่ายเป็นก้อนหรือสามารถผ่อนเป็นงวดแล้วแต่โครงการ
เงินกู้: ปกติวงเงินกู้สูงสุดจากธนาคารจะอยู่ที่ประมาณ 70-95% ของราคาประเมิน หรือราคาซื้อขายของบ้านหรือคอนโดฯ ที่ซื้อที่ดิน (แล้วแต่ราคาไหนจะต่ำกว่า) ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของหลักทรัพย์ที่จะนำไปค้ำประกัน เช่น ที่ดินเปล่า อาคารพาณิชย์ วงเงินจะต่ำกว่าบ้านหรือคอนโดฯ เป็นต้น
เงินผ่อนชำระ: โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราเงินงวดค่าบ้านที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนประมาณ 35-40% ของรายได้สุทธิต่อเดือน (แต่ส่วนใหญ่มักให้ผ่อนไม่เกิน 1 ใน 3 ของรายได้สุทธิ) ดังนั้นถึงแม้รายได้สูงก็ใช่ว่าจะได้วงเงินกู้เยอะเสมอไป เพราะหากหนี้มาก ค่าใช้จ่ายเยอะก็กู้ยากเหมือนกัน ฉะนั้นแต่ละเดือนจึงต้องเหลือรายได้ให้เพียงพอสำหรับค่าเงินผ่อนบ้านด้วย

เงินค่าใช้จ่ายวันโอน: เป็นอะไรที่หนักไม่ใช่น้อย ที่เห็นๆ และต้องควักเงินสดแน่นอน เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ประมาณ 2% ของราคาประเมิน (ออกคนละครึ่งกับโครงการ), เงินกองทุน, ค่าใช้จ่ายส่วนกลางล่วงหน้า ซึ่งแล้วแต่โครงการกำหนด
ขอบคุณข้อมูลจาก home.co.th/                                                                                                                   และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.รวมบ้านและที่ดิน.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น