วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กลยุทธ์ทำเงินง่ายๆ กับการซื้อที่ดินเปล่า

               ที่ดินเป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจอันหนึ่งเนื่องจากกระทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญพิเศษมากนัก แต่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจนอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกในการลงทุนประเภทเดียวที่สามารถให้อรรถประโยชน์แก่ผู้ลงทุนได้พร้อมๆ กันถึงสองอย่าง คือทั้งในด้านความมั่นคงและความปลอดภัยในการลงทุน และด้านความพอใจพิเศษส่วนเพิ่มในการที่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย
                ปกติแล้ว การเล่นที่ดิน มีกลยุทธ์การลงทุนหลักๆ อยู่ 2 กลยุทธ์ด้วยกันคือกลยุทธ์ซื้อที่ดินและถือเก็บไว้(Buy and Hold) ?และ กลยุทธ์แบ่งเพื่อทำกำไร(Divide and Profit) ซึ่งกลยุทธ์ทั้งสองต่างมีความเหมาะสมในสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ในทางปฏิบัติอาจต้องใช้กลยุทธ์ทั้งสองประกอบกัน หรือในบางสถานการณ์อาจต้องเลือกใช้กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่ง
                กลยุทธ์ซื้อที่ดินและถือเก็บไว้ เป็นกลยุทธ์พื้นฐานที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป เนื่องจากทำได้ง่าย และให้ผลค่อนข้างดี หลักการของกลยุทธ์นี้ก็คือการซื้อที่ดินเก็บไว้และถือรอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนมาซื้อที่ดินในราคาสูงขึ้นนั่นเอง  ทั้งนี้ในระหว่างช่วงเวลาของการรอคอย ท่านอาจมีโอกาสเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ เช่น?จากการนำไปใช้ประโยชน์? ใช้เป็นที่พักผ่อน บางกรณีอาจหารายได้จากการขายต้นไม้ หรือให้เช่าที่ดิน ซึ่งรายได้เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ แม้ไม่มากมายอะไรนัก แต่ก็สามารถนำมาใช้จ่ายเป็นค่าภาษีที่ดิน หรือภาษีทรัพย์สินอื่นๆ ที่จะถูกจัดเก็บในช่วงการถือครองที่ดินได้เป็นอย่างดี
               ในทางปฏิบัติแล้ว กลยุทธ์นี้จะเหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทที่มีเงินลงทุนเป็นเงินเย็น มีความพร้อมที่จะลงทุนระยะยาวได้ แต่ไม่มีเวลามากพอในการที่จะต้องไปดำเนินการอะไรมากมายในที่ดินที่ตัวเองถือครองอยู่ ทั้งนี้ปัจจัยที่จะทำให้การใช้กลยุทธ์ซื้อที่ดินและถือเก็บไว้ประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ในที่ดินในอนาคตว่าจะต้องมีมากขึ้น(Higher and Better Use) ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะราคาที่ดินในแต่ละขณะ ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการใช้ประโยชน์ของที่ดินสูงสุดในขณะนั้นเป็นสำคัญ ?เมื่อใดก็ตามที่ที่ดินสามารถใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น หรือพูดง่ายๆ ว่าที่ดินมีคุณค่ามากขึ้น ราคาที่ดินก็จะขยับตัวสูงขึ้นตามคุณค่าส่วนที่มากขึ้นนั่นเอง
                ดังนั้นการนำกลยุทธ์ซื้อที่ดินและถือเก็บไว้ไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จจึงควรมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
                1.ซื้อที่ดินให้ได้ในราคาประเมิน หรือต่ำกว่า ทั้งนี้ยิ่งซื้อได้ในราคาต่ำกว่าเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น เพราะนั่นจะหมายถึงโอกาสในการขายทำกำไรในอนาคตที่จะมีมากขึ้นตามไปด้วย ปกติแล้วราคาที่ดินจะขึ้นอยู่กับศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่สูงสุดของที่ดินเป็นสำคัญ ?ซึ่งราคาดังกล่าวก็คือราคาประเมินที่ดินที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง
                2.ซื้อที่ดินและถือที่ดินอย่างน้อย 5 ปี เพื่อให้ยาวนานเพียงพอที่จะทำให้ที่ดินพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด อันจะเป็นผลให้ราคาที่ดินขยับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นการถือที่ดินลงทุนเกินกว่า 5 ปี ยังมีข้อดีอีกประการหนึ่ง ก็คือช่วยประหยัดภาษีธุรกิจเฉพาะ ในช่วงตอนขายที่ดินได้ด้วย
                3.เลือกซื้อที่ดินเฉพาะที่สามารถคาดหวังได้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีการพัฒนา ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้เพิ่มขึ้น ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า ไม่ใช่ที่ดินทุกแปลง ที่ลงทุนไปแล้วจะความประสบผลสำเร็จได้เสมอไป
               กลยุทธ์แบ่งเพื่อทำกำไร หลักการของกลยุทธ์นี้คือซื้อที่ดินเปล่าแปลงใหญ่มา แล้วแบ่งออกเป็นแปลงย่อยๆ ขายให้กับลูกค้าเพื่อทำกำไร ภายใต้แนวคิดทางการตลาดง่ายๆ คือ ซื้อของทีละมากๆ จากพ่อค้าขายส่ง แล้วนำมาขายปลีกให้กับลูกค้ารายย่อยทั่วไป
                ซึ่งแนวคิดดังกล่าว นอกจากจะสามารถสร้างผลกำไรให้เพิ่มขึ้นได้แล้ว ยังช่วยขยายฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะฐานลูกค้ารายย่อยที่มีกำลังทุนในการซื้อที่ดินแปลงเล็กๆ มีกว้างขวางมากกว่าฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่ดินแปลงใหญ่ๆ
                ปกติแล้ว กลยุทธ์นี้จะเหมาะสำหรับ นักลงทุนประเภทที่มีเงินทุนจำกัดไม่สามารถที่จะซื้อที่ดินและถือที่ดินในลักษณะการลงทุนระยะยาวได้ ตัวอย่างผู้ใช้กลยุทธ์ในลักษณะนี้ ที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน ก็คือเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร หรือโครงการที่ดินจัดสรรต่างๆ ?อย่างไรก็ดีเนื่องจากเป็นการดำเนินการในลักษณะนักพัฒนาแบบมืออาชีพ ซึ่งต้องอาศัยเงินทุน เวลา และความรู้ความสามารถเฉพาะตัวค่อนข้างมาก จึงเป็นเรื่องยุ่งยากเกินกว่าคนทั่วไป จะทำได้
สำหรับนักลงทุนรายย่อย แบบเราเราท่านท่าน ก็ยังสามารถใช้กลยุทธ์แบ่งเพื่อทำกำไรนี้ ในการลงทุนส่วนบุคคลได้เช่นเดียวกัน เพียงทว่าต้องมีการปรับแต่งกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขข้อจำกัดบ้าง ทั้งนี้กลยุทธ์รูปแบบหนึ่ง ที่ใช้ได้ผลดี และนิยมกระทำกันทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ ?ก็คือ
 1.ซื้อที่ดินเปล่าแปลงใหญ่มาแปลงหนึ่ง
 2.แบ่งที่ดินแปลงใหญ่ออกเป็นแปลงย่อยๆ
 3.ขายที่ดินแปลงย่อยๆ ออกไปครึ่งหนึ่ง เพื่อจะได้นำเงินค่าขายมาจ่ายค่าที่ดินที่ลงทุนทั้งหมด
4.ซื้อที่ดินและถือที่ดินส่วนที่เหลือ ซึ่งมาถึงขั้นตอนนี้แล้ว ท่านอาจไม่ต้องลงทุนเองเลย หรือลงทุนแต่เพียงน้อย ซึ่งถือเป็นรางวัลความสำเร็จในความพยายามของท่าน

                สรุปก็คือเมื่อมีคนเสนอขายที่ดินให้ท่าน นอกจากท่านต้องถามตัวเองก่อนว่าที่ดินแปลงนั้นให้ความพึงพอใจพิเศษอะไร สอดคล้องกับความพอใจของท่านหรือเปล่า และยังต้องถามตัวเองต่อว่ากลยุทธ์ซื้อและถือเก็บไว้ และกลยุทธ์แบ่งเพื่อทำกำไร สามารถช่วยให้การลงทุนของท่านประสบความสำเร็จได้หรือเปล่า ถ้าเป็นไปไม่ได้ขอย้ำว่า จงอย่าซื้อที่ดินแปลงนั้นเด็ดขาด ?

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  
warehouse2day.com

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการซื้อที่ดิน ขายที่ดิน โอนที่ดิน การขอจดทะเบียนที่ดินประเภทต่างๆ

 เมื่อท่านมีความประสงค์จะไปติดต่อกับสำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา สำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา ส่วนแยก หรือสำนักงานที่ดินอำเภอ/กิ่งอำเภอ เพื่อขอทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์  หรือ ซื้อที่ดิน ขายที่ดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ เช่น ซื้อที่ดินขายที่ดิน ขายฝาก ให้ จำนอง ฯลฯ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนถึงสิทธิ ความสามารถของบุคคลรวมตลอดถึงความสมบูรณ์แห่งนิติกรรมและเรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและคู่กรณีประกอบการพิจารณา หลักฐานต่างๆ ดังกล่าวจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การดำเนินงานจดทะเบียนช้าหรือรวดเร็วได้
 การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่มักจะมี คู่กรณี2 ฝ่าย ส่วนการขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน เช่น ขอออกโฉนดที่ดิน เช่น ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็นเรื่องที่ฝ่ายผู้ขอดำเนินการฝ่ายเดียว ฉะนั้น หลักฐานที่จะนำไปประกอบการสอบสวนพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงจำแนกออกได้ 2 ลักษณะตามของคู่กรณี อันได้แก่ ผู้โอนฝ่ายหนึ่ง ผู้รับโอนอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนี้
             
 ผู้โอน หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือผู้ทรงสิทธิ์อื่นๆ ซึ่งมีความประสงค์จะโอนสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินไปยังบุคคลอื่นซึ่งเรียกว่า ผู้รับโอน สำหรับกรณีนี้หลักทั่วไป
  เกี่ยวกับ เอกสารการโอนที่ดิน ไม่ว่าจะโอนในประเภทใดๆ เช่น ในฐานะผู้ขาย ผู้ให้ ฯลฯ จะต้องนำหลักฐานเหล่านี้ไปประกอบการสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ คือ

 1. บุคคลธรรมดา
- โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- ทะเบียนบ้าน (ท.ร. 14)
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ให้นำหลักฐานไปแสดงด้วย
- หนังสือแสดงความยินยอมให้ทำนิติกรรมของคู่สมรส ในกรณีขาดการสมรสโดยการหย่าต้องมีหลักฐานการหย่า
สัญญาจะซื้อที่ดิน สัญญาขายที่ดิน หรือสัญญามัดจำ (ถ้ามี)
- ถ้าไม่ได้ไปดำเนินการด้วยตนเอง ต้องทำหนังสือมอบอำนาจและต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนตัวผู้มอบหรือสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่มอบอำนาจรับรองความถูกต้องและบัตรของผู้รับมอบอำนาจไปด้วย
- การเขียนข้อความในหนังสือมอบอำนาจให้ปฏิบัติตามคำเตือนด้านหลังแบบพิมพ์มอบอำนาจของกรมที่ดิน
2. นิติบุคคล
- โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
- หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล พร้อมตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนาม
- รายงานการประชุมของนิติบุคคลในกรณีที่ต้องมี
- หนังสือบริคณห์สนธิ ตราสารจัดตั้งหรือเอกสารการจัดตั้งนิติบุคคลนั้น
ผู้รับโอน ได้แก่ ผู้รับสัญญาจากผู้โอน เช่น ผู้ซื้อ ผู้รับให้ เป็นต้น แต่เนื่องจากประเภทการโอนมีหลายประเภท และแต่ละประเภทอาจจะตรวจสอบเรียกหลักฐานประกอบการสอบสวน ทางฝ่ายผู้รับโอนแตกต่างกันออกไป
บุคคลธรรมดา
1. คนสัญชาติไทย ขอซื้อที่ดินต้องนำหลักฐานดังนี้ คือ
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ทะเบียนบ้าน (ท.ร. 14) ถ้าผู้ซื้อทำการสมรสแล้ว แต่ต่างถือภูมิลำเนาแยกกัน ให้นำทะเบียนบ้านของคู่สมรสไปประกอบด้วย
ในกรณีที่ย้ายภูมิลำเนาหลายแห่งถ้าสามารถจะนำทะเบียนบ้านแต่ละบ้านที่ย้ายออกไปแสดงได้ก็ให้นำไปด้วย
- ถ้าคู่สมรสซึ่งเคยมีสัญชาติอื่นและได้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ คืนสัญชาติหรือถือสัญชาติตามคู่สมรส ให้นำหลักฐานนั้นๆ แล้วแต่กรณีไปประกอบเช่นกัน
- ถ้าได้ทำการสมรสหรือหย่าแล้ว ให้นำทะเบียนนั้นๆ ไปแสดง
- ในกรณีที่มีคู่สมรส ต้องมีหนังสือแสดงความยินยอมของคู่สมรสให้ทำนิติกรรม
- ถ้าได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ต้องมีหลักฐานการอนุญาตนั้น
2. คนสัญชาติไทย ซึ่งได้หย่าหรือเลิกร้างกับคู่สมรสเดิมที่เป็นคนต่างด้าวแล้ว จะต้องนำหลักฐานตามที่กล่าวในข้อ 1 ประกอบแล้วยังจะต้องมีหลักฐานเหล่านี้อีก คือ
- ทะเบียนหย่า หรือหลักฐานที่แสดงว่าขาดจากการสมรส
3. คนสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติหลักฐานที่จะต้องนำไป คือ
- หนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทยหรือใบแทน
- ทะเบียนบ้าน
- บัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสืออนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล
นิติบุคคล
บริษัท จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น
- เอกสารการก่อตั้งนิติบุคคล
- หนังสือสำคัญการให้อำนาจการทำการแทนนิติบุคคล
- หนังสือบริคณห์สนธิ, ข้อบังคับ
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือสมาชิกโดยแสดงสัญชาติและจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นทุกคนที่นายทะเบียน สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทรับรองแล้วในปัจจุบัน
- รายงานการประชุมของกรรมการหรือผู้แทนนิติบุคคล
- รายงานการประชุมของนิติบุคคล
- กรณีบริษัทมีวัตถุประสงค์ซื้อที่ดินเพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยนิติบุคคลนั้นมีคนต่างด้าวถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ ต้องใช้ หลักฐานการประกอบอาชีพ, รายได้ ที่มาของเงินซึ่งคนไทยนำมาซื้อหุ้น
- กรณีบริษัทซื้อที่ดินในราคาสูงกว่าทุนจดทะเบียนโดยไม่จำนองที่ดิน บริษัทต้องแสดงหลักฐานที่มาของเงินที่นำมาซื้อที่ดิน
                นี่คือตัวอย่างความรู้เบื้องต้นใน การซื้อที่ดิน ขายที่ดิน หรือซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เบื้องต้น สำหรับผู้ที่ต้องการหาบริษัทที่ รับฝากขายบ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรืออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ
ขอบคุณบทความจาก cmxproperty.com

คำแนะนำการซื้อบ้านและซื้อที่ดินจัดสรร

ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.xn--l3cffcb5bnto8gta3al8n8di.com/
การจะเลือกซื้อที่ดินแต่ละครั้งจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียด หรือหาข้อมูลจนเพียงพอที่จะตัดสินใจ หากไม่มีการตรวจสอบอาจเกิดข้อผิดพลาด ซึ่งนำไปสู่ความสูญเสีย อาจเสียทั้งเวลา เสียเงิน เสียทอง เสียความรู้สึก หรืออาจเป็นคดีความกันได้ สำหรับกลโกงต่าง ๆ ในการขายหรือซื้อที่ดินหรือบ้าน มาดูคำแนะนำการซื้อบ้านและซื้อที่ดินจัดสรรกันดีกว่า
1. ควรเลือกซื้อบ้านและซื้อที่ดินเฉพาะรายที่ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินแล้วเท่านั้น
2. ตรวจสอบการได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่สำนักงานที่ดินจังหวัดท้องที่ หรือสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
3. ควรตรวจสอบสาธารณูปโภคหรือบริการ สาธารณะต่าง ๆ เช่น ถนน สโมสร สนามเด็กเล่น สวนหย่อม โรงเรียนอนุบาล ฯลฯ ว่าตรงกับคำโฆษณาหรือไม่
4. การซื้อที่ดิน การขายที่ดินต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน จึงชอบด้วยกฎหมาย
5. การซื้อที่ดินพร้อมบ้าน ระวังผู้ขายหลบเลี่ยงค่าธรรมเนียม ภาษีอากรโดยโอนขายให้เฉพาะที่ดินไม่ขายบ้านและท่านจะได้รับความเดือดร้อนในภายหลัง
6. ผู้จัดสรรมีหน้าที่ต้องทำนุบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในที่ดินจัดสรร
วิธีป้องกันการทุจริตหลอกลวงการซื้อที่ดิน
 1. เก็บรักษาโฉนดซื้อที่ดินหรือหนังสือสำคัญของท่านไว้ในที่ปลอดภัยอย่าให้สูญหาย
 2. อย่าทำสัญญากู้ยืมเงินเอง โดยรับมอบโฉนดไว้เป็นประกัน อาจเป็นโฉนดปลอม
 3. อย่าหลงเชื่อมอบโฉนดของท่านให้ผู้อื่นอาจถูกปลอมแปลงสับเปลี่ยนโฉนดได้
 4. อย่าเซ็นชื่อลงในหนังสือมอบอำนาจ โดยไม่กรอกข้อความเป็นอันขาด บุคคลผู้รับมอบอำนาจจะต้องเป็นบุคคลที่ไว้ใจได้
5. ก่อนซื้อที่ดิน รับจำนอง หรือรับซื้อฝากควรตรวจสอบโฉนดที่ดินหรือหนังสือสำคัญของท่าน ที่ตั้งและสภาพที่ดินให้แน่นอนก่อน
6. อย่าหลงเชื่อนายหน้าให้มากนัก
7. การซื้อที่ดิน ควรซื้อจากผู้ที่ไว้วางใจได้ เช่น มีใบอนุญาตทางราชการให้ทำการจัดสรร
8. หมั่นตรวจสอบที่ดินของท่านทั้งทางทะเบียน และที่ดิน
9. การตรวจสอบหลักฐานทางทะเบียน ท่านสามารถสอบถามทางไปรษณีย์ไปยัง สำนักงานที่ดินนั้นตั้งอยู่ได้
10. ทำนิติกรรมเกี่ยวกับการซื้อที่ดินที่ชอบด้วยกฎหมายจะต้องมาจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน
11. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา หรือนายหน้ามาชักจูง ควรตรวจที่ตั้งที่ดิน เช่น อยู่ใกล้หรือไกลถนน และสภาพที่ดินเป็นอย่างไรก่อนซื้อ
ทำอย่างไรที่ดินของท่านจึงจะปลอดภัยจากผู้ทุจริต
1. ไม่มอบโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น
2. อย่าลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจ โดยไม่กรอกข้อความให้ครบถ้วน
3. ควรไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับที่ดินของท่านอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 
        อีกอย่างที่สำคัญ กาลเวลาผ่านไปตามยุคสมัย มิจฉาชีพก็มักมีวิธีการใหม่ๆมาหลอกล่อกัน ยังไงก็ขอให้ทุกท่านๆคอยดูติดตามข่าวสารต่างๆเยอะๆนะคะ เพื่อจะได้รู้เท่าทันกลโกงต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาศัย สื่อเป็นตัวช่วย
ขอบคุณข้อมูลจาก   thaihomeonline.com

          

รู้ให้ทัน กลโกงเกี่ยวกับการซื้อที่ดินและการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

ขอบคุณภาพจาก http://www.xn--l3cffcb5bnto8gta3al8n8di.com/
ที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งของมนุษย์อย่างเราท่านทั้งหลาย เพราะเป็นทั้งที่อยู่อาศัยที่ประกอบการนำมาหากินหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ การจะมีที่ดินสักแปลงใช่ว่าเป็นเรื่องง่ายดาย เพราะบางคนกว่าจะซื้อที่ดินได้แต่ละแปลงอาจต้องอดทนเก็บเงินมาทั้งชีวิต เนื่องจากปัจจุบันที่ดินหรือบ้านล้วนมีราคาแพงเกินกว่าที่จะเสี่ยง
 ฉะนั้น การจะเลือกซื้อที่ดินแต่ละครั้งจำต้องตรวจสอบรายละเอียด หรือหาข้อมูลจนเพียงพอที่จะตัดสินใจ หากไม่มีการตรวจสอบอาจเกิดข้อผิดพลาด ซึ่งนำไปสู่ความสูญเสีย อาจเสียทั้งเวลา เสียเงิน เสียทอง เสียความรู้สึก หรืออาจเป็นคดีความกันได้ สำหรับกลโกงต่าง ๆ ในการขายหรือซื้อที่ดิหรือบ้าน เท่าที่พอจะประมวลได้เป็น ตัวอย่างเพื่อใช้เป็นอุทาหรณ์ หรือใช้เป็นข้อเตือนใจเพื่อจะได้ระมัดระวังในการพิจารณาเลือกซื้อที่ดิน เช่น
 1) กรณีซื้อที่ดินขั้นตอนแรกต้องตรวจสอบว่า ผู้ที่นำที่ดินมาขายให้นั้น ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินหรือไม่ เพราะหากผู้ขายไม่ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินโดยถูกต้องแล้ว สิทธิต่าง ๆ ที่ผู้ซื้อจะได้รับจากผู้ขาย หรือจากโครงการ แทบจะไม่มี หรือมีแต่ก็น้อยกว่ารายที่ได้ขออนุญาตโดยถูกต้อง ฉะนั้น ก่อนจะทำสัญญาซื้อขาย ผู้ซื้อที่ดิ  ควรจะตรวจสอบโดยการสอบถามผู้ขายว่าได้ดำเนินการขออนุญาตจัดสรรที่ดินถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าผู้ขายระบุว่าขออนุญาตจัดสรรแล้ว ก็ควรขอดูหนังสืออนุญาตให้ทำการจัดสรรและแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาตก่อน เพราะอาจจะถูกผู้ขายหลอกลวงได้ และเมื่อตัดสินใจซื้อที่ดินแล้ว สิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อมาคือแปลงที่มีความประสงค์จะซื้อที่ผู้ขายระบุไว้นั้น ถูกต้องตรงกับแผนผังโครงการหรือไม่ เพราะหากผู้ขายระบุหรือผู้ขายชี้แปลงในที่ดินไม่ถูกต้องกับในแผนผัง ต่อมาเมื่อมีการโอนที่ดินแล้ว และมีการก่อสร้างบ้านอาจทำให้เกิดความเสียหาย เพราะปลูกสร้างบ้านผิดแปลง โดยไปปลูกบนที่ดินของบุคคลอื่น ซึ่งมีปัญหาต่าง ๆ ติดตามมามากมาย
2) สิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อมาคือผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่จะขายหรือไม่เพราะเคยเกิดกรณีที่ผู้ขายนำที่ดินของผู้อื่นมาขาย เมื่อมีการจ่ายเงินครบแล้วผู้ซื้อกลับไม่ได้รับโอนที่ดินตามสัญญา เป็นคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลมานักต่อนักแล้ว
3) ตรวจสอบสัญญาซื้อที่ดิน ขายที่ดินให้ชัดเจน เนื่องจากหากเกิดกรณีพิพาทขึ้นมาว่า สัญญา ที่ทำกันเป็นสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาจะซื้อจะขาย เพราะผลของสัญญาทั้ง 2 มีผลต่างกันในเรื่องการผิดนัด หากเห็นว่าสัญญาที่ทำกันเป็นสัญญาเช่าซื้อก็ไม่ควรจะซื้อที่ดินแปลงนั้น
4) กรณีจะซื้อที่ดินพร้อมบ้านต้องตรวจสอบว่าผู้ขายระบุว่า ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ เพราะผู้ขายบางรายหลบเลี่ยงค่าธรรมเนียมภาษีอากร โดยโอนขายเฉพาะที่ดินอย่างเดียวไม่ได้ขายบ้านด้วย ทำให้เดือดร้อนภายหลัง
ขอบคุณข้อมูลจาก  thaihomeonline.com