หากเราเขียนเส้นตรงบนกระดานดำ หากไม่มีเส้นที่สองมาเปรียบเทียบแล้ว เราย่อมบอกไม่ได้ว่าเส้นๆ นั้นสั้นหรือยาว เช่นเดียวกันกับการออมทรัพย์ด้วยวิธีซื้อประกันชีวิต หากมาเปรียบเทียบ กับการซื้อที่ดิน ด้วยเงินผ่อนแล้ว การตัดสินได้ทันทีว่า อย่างไหนดีกว่ากัน ว่ากันตามความจริงแล้ว การออมทรัพย์ด้วยวิธีการซื้อประกันชีวิตนั้น แท้ที่จริงก็คือ ซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อนเราดีๆ นั่นเอง ผู้เขียนเชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าประณามว่า การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อนเป็นเรื่องที่ไม่ดี (ถ้าสามารถผ่อนได้) สมมุติว่า เราซื้อที่ดินเงินผ่อนสักหนึ่งแปลง ถ้าราคาเงินสด 200,000 บาท หากซื้อซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อนแล้วจะตก ถึง 400,000 บาท หรือ 450,000 บาท แต่ก็ไม่เห็นมีใครบ่นว่าแพงหรือว่าบริษัทขายที่ดินเอาเปรียบ เราลองมาเปรียบเทียบการซื้อที่ดินเงินผ่อนหนึงแปลงราคา 200,000 บาท ผ่อน 20 งวดกับการซื้อเงินก้อนด้วยราคา 200,000 บาท และก็ผ่อน 20งวดเช่นกันดังรายการดังต่อไปนี้
1. การซื้อที่ดินเงินผ่อนนั้น หากผ่อนไปถึง 3-4 งวด ผู้ซื้อเกิดขัดสนด้านการเงินจะเอาใบสัญญาซื้อขายใบนั้นไปจำนองเพื่อขอกู้เงินแก้ขัดชั่วคราวย่อมทำไม่ได้หากซื้อเงินก้อนโดยระบบเงินผ่อนแล้ว ผู้ซื้อมีสิทธิเอาสัญญาซื้อขายไปขอกู้เงินมาแก้ขัดได้ประมาณ 40%-50%ของเงินที่ผ่อนแล้ว
2. การซื้อที่ดินเงินผ่อน หากขาดผ่อน 5 ปีติดต่อกันเงินที่ส่งไปแล้วจะถูกยึดหมด แม้จะไปขอผ่อนต่อก็ทำไม่ได้ เพราะเขาขายคนอื่นไปแล้ว หากซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อน ผู้ซื้อมีสิทธิมาขอผ่อนต่อในระยะ 5 ปี โดยเงินเดิมไม่สูญ
3. การซื้อที่ดินเงินผ่อน หากผ่อนแล้ว 3-4 ปี ถ้านึกอยากจะเลิกผ่อน เงินที่ส่งไปแล้วต้องถูกยึด ส่วนซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อนหากผ่อนแล้วเกินสามปี หากผู้ซื้อต้องการเลิกสัญญา จะได้รับเงินคืนประมาณ40%-50% ของเงินที่ส่งแล้ว
4. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน ผู้ซื้อไม่มีสิทธิขอลดภาษีรายได้เลยแม้แต่บาทเดียว ส่วนซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อน ผู้ซื้อจะขอลดหย่อนภาษีรายได้ถึงปีละ 10,000 บาท ทุกๆ ปี
5. การซื้อที่ดินเงินผ่อน หากผู้ซื้อเคราะห์ร้าย ต้องถึงกับล้มละลายแล้ว เจ้าหนี้มีสิทธิ์ยึดที่ดินแปลงนั้นได้ หากซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อน แม้ผู้ซื้อต้องล้มละลาย เจ้าหนี้ก็ไม่มีสิทธิมาแตะต้องเงินก้อนนั้นได้ เพราะกฎหมายให้ความคุ้มครอง
6. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน หากผู้ซื้อประสบกับอุบัติเหตุได้รับบาดเจ๊บแต่ไม่สาหัส จะไม่ได้รับการชดเชยจากบริษัทขายที่ดินเลย แต่หากซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อนแล้ว จะได้รับการชดเชยสัปดาห์ละ 1,200 บาท จนกว่าจะหาย (แสนละ 600 บาทต่อหนึ่งสัปดาห์)
7. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน หากผู้ซื้อเคราะห์ร้ายประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส พักรักษาตัวอยู่ในดรงพยาบาล จะไม่ได้รับเงินชดเชยใดๆ จากบริษัทขายที่ดินเลย หากซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อนแล้ว ผู้ซื้อจะได้รับการชดเชยจากบริษัทสัปดาห์ละ 1,800 บาท จนกว่าจะหาย (แสนละ 900 บาท) ต่อหนึ่งสัปดาห์
8. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน หากผู้ซื้อเคราะห็ร้ายประสบอุบัติเหตุถึงกับต้องสูญเสีย ตา แขน ขาทั้งสองข้าง หรือย่างละข้างรวมสองอย่างแล้ว นอกจากจะไม่ได้รับเงินชดเชยจากบริษัทขายที่ดินแล้ว เงินค่าผ่อนงวดต่อไปก็ยังต้องไปหาเงินมาผ่อนจนครบสัญญา มิฉะนั้นจะถูกริบ ส่วนการซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อน หากเคราะห์ร้ายต้องสูญเสียดังกล่าว จะได้รับเงินชดเชยทันที 200,000 บาท (เท่าทุนประกัน) และทางบริษัทยังเป็นผู้ผ่อนชำระให้จนครบสัญญาอีกด้วย
9. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน หากผู้ซื้อเคราะห์ร้าย ต้องประสบอุบัติเหตุถึงกับต้องสูญเสีย ตา แขน หรือขาข้างหนึ่งข้างใด จะม่ได้รับการชดเชยจากบริษัทขายที่ดินเลย ส่วนซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อน หากประสบอุบัติเหตุถึงกับต้องสูญเสีย ตา แขน หรือ ขา ข้างหนึ่งข้างใด จะได้รับการชดเชยด้วยเงินสดทันที 100,000 บาท(50%ของทุนประกัน)
10. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน หากประสบอุบัติเหตุถึงกับต้องสูญเสียนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของมือข้างใดข้างหนึ่งแล้ว จะไม่ได้รับเงินชดเชยใดๆ จากบริษัทขายที่ดินเลย ส่วนซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อน จะได้รับการชดเชยด้วยเงินสดทันที 50,000 บาท (25%ของทุนประกัน)
11. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน หากผู้ซื้อเคราะห์ร้ายต้องถึงแก่กรรมด้วยโรคภัยไข้เจ็บก่อนครบสัญญา ทายาทของผู้ซื้อต้องผ่อนจนครบสัญญา จึงได้ที่ดินแปลงนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ หากซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อนแล้ว แม้ผู้ซื้อจะผ่อนได้เพียงงวดเดียว หากผู้ซื้อต้องถึงแก่กรรมลงด้วยโรคภัยไข้เจ็บ เงินก้อนจำนวน 200,000 บาท จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาทผู้ซื้อทันที
12. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน หากผู้ซื้อต้องถึงแก่กรรมลงด้วยอุบัติเหตุทั่วไป ทายาทผู้ซื้อต้องผ่อนต่อจนครบสัญญา ส่วนซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อนนั้น ทายาทของผู้ซื้อจะได้รับเงินสดทันที 400,000 บาท (สองเท่าของทุนประกันทันที)
13. การซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อน หากผู้ซื้อเคราะห์ร้ายต้องถึงแก่กรรมลงด้วยเป็นผู้โดยสารรถเมล์ประจำทาง หรือเครื่องบิน หรือรถไฟ หรือตกลิฟท์ หรือเสียชีวิตในโรงแรม หรือโรงหนัง ในขณะเกิดไฟไหม้ จะไม่ได้รับเงินชดเชยใดๆ จากบริษัทขายที่ดินเลย ส่วนการซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อนแล้ว ทายาทของผู้ซื้อจะได้รับเงินชดเชยทันทีถึง 600,000 บาท (สามเท่าทุนประกัน)
14. ทุกคนไม่กลัวตาย แต่กลัวไม่ตาย เช่นเดียวกับรายนายสีเผือกหากท่านซื้อที่ดินด้วยเงินผ่อนแล้ว ครอบครัวของผู้ซื้อจะต้องแบกพันธะถึงสองเท่าตัว ไหนจะต้องหาเงินมาเลี้ยงดูคนพิการ และยังต้องหาเงินมาผ่อนที่จะครบสัญญา
หากซื้อเงินก้อนด้วยเงินผ่อน หากเคราะห์ร้ายเป็นอย่างนายสีเผือกแล้ว ในปีแรก บริษัทจะจ่ายค่ารักษาให้เป็นรายสัปดาห์ๆ ละ 1,200 บาท รวมเป็นเวลา 52 สัปดาห์ เมื่อเห็นว่าต้องพิการตลอดชีพ บริษัทยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้อีกปีละ 20,000 บาท (10% ของทุนประกัน)เป็นเวลา 10 ปี และบริษัทเป็นผู้ผ่อนส่งให้จนครบสัญญา เมื่อครบสัญญาแล้วยังได้รับอีก 200,000 บาท พร้อมด้วยเงินปันผลอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
ขอบคุณข้อมูลจาก bloggang.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ต่อกันได้ที่ http://www.รวมบ้านและที่ดิน.com
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น